ข้อแตกต่างระหว่าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ และ พื้นไม้จริง

Post : 28 / 02 / 2021

ข้อแตกต่างระหว่าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ และ พื้นไม้จริง

ความต่างระหว่างพื้นไม้จริง และ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์

พื้นไม้เป็นหนึ่งในของแต่งบ้านที่สวยงามเหนือกาลเวลาที่ไม่มีวันตกยุค หากคุณกำลังสนใจหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุสำหรับการปูพื้นไม้ ในบทความนี้เราจะพูดถึงพื้นไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก 2 แบบได้แก่ พื้นไม้จริงและพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 


พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Hardwood Flooring) 

ไม้เอ็นจิเนียร์คือ ไม้แผ่นบางที่นำมาต่อกันหลายชั้นเพื่อให้มีความหนาเทียบเท่ากับไม้จริงทั่วไป ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ต้องนำไม้หลายๆแผ่นมาต่อก็เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายลงนั่นเอง

ส่วนประกอบสำคัญของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

โครงสร้างไม้ โดยปกติไม้เอ็นจิเนียร์จะมีทั้งหมด 3 ชั้น

ไม้เอ็นจิเนียร์ทั่วไปในตลาดจะมีความหนาอยู่ที่ 14 – 20 mm กว้างอยู่ที่ 90 – 300 mm และความยาวลูกค้าสามารถกำหนดเองได้

  1. ชัั้นบนผิวหน้าไม้จริงเฉลี่ย 3 mm โดยจะเป็นไม้ที่ผ่านกระบวนการอบและไสมาเรียบร้อยแล้ว และจะมีการเคลือบเพื่อกันรอยไว้ด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเคลือบสารกันรอยก็ยังไม่สามารถกันได้มากหากเทียบกับไม้ทดแทนชนิดอื่นๆ
  2. ชั้นกลาง จะเป็นวัสดุชนิดอื่น อาจจะเป็นไม้หรืออะไรก็ได้โดยวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อจะเพิ่มความแข็งแรงให้แผ่นไม้พื้น และโดยปกติในชั้นกลางจะวางโครงสร้างไม้เป็นแนวตั้งเพื่อช่วยในเรื่องของการถ่ายเทของอากาศ และเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับไม้พื้นอีกด้วย และในชั้นนี้จะมีการทำร่อง และลิ้นไว้เพื่อความสะดวกในการติดตั้ง
  3. ชั้นล่าง ส่วนมากจะใช้วัสดุไม้ชนิดอื่นๆ (ที่มีราคาถูกที่สุด) มาเพื่อเติมเต็มความหนาของแผ่นไม้และเพิ่มความแข็งแรงให้กับแผ่นไม้พื้น และโดยส่วนมากมักจะใช้ไม้จำพวกไม้อัดวางสลับกับโครงสร้างชั้นกลางเพื่อป้องกันการหดและขยายตัวของไม้

ราคาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์แต่ละที่จะมีราคาแตกต่างกันซึ่งขอบเขตราคาจะขึ้นอยู่กับ ความกว้างยาว และชนิดของไม้ที่ลูกค้าเลือก โดยประมาณแล้วจะอยู่ที่ 1,xxx – 2,xxx ต่อตารางเมตร

ข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

  1. เนื้อผิวสัมผัสชั้นแรกเป็นพ้นไม้จริงทำให้ลูกค้าจะได้สัมผัสเนื้อไม้จริง และลูกค้าสามารถเลือกผิวสัมผัสได้ตามที่ต้องการ
  2. เพราะส่วนประกอบของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทำมาจากไม้จึงทำให้สามารถทนรับแรงกระแทกได้ดี
  3. ใช้เวลาในการติดตั้งน้อยกว่างานไม้จริงเนื่องจากพื้นไม้เอ็นจิเนียร์นั้นสำเร็จทุกกระบวนการมาตั้งแต่โรงงานผลิต ช่างปูพื้นเพียงแค่ปรับระดับของหน้างาน และปูพื้นก็เป็นอันเสร็จได้เลย
  4. หากเปรียบเทียบเรื่องของานไม้ตามธรรมชาติ ไม้เอ็นจิเนียร์จะตอบโจทย์ได้เท่ากับพื้นไม้จริงเลย เพราะหากเราลองเปรียบเทียบกับพื้นลามิเนตหรือไม้สังเคราะห์อื่นๆจะถูกพิมพ์ลายมาทั้งสิ้น

ข้อเสียของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

  1. ห้ามไม่ให้น้ำซึมลงไปด้านล่าง : เนื่องจากไม้เอ็นจิเนียร์เป็นไม้ที่ผสมไม้หลายๆชนิดหากวัสดุชั้นล่างโดนน้ำหรือความชื้นที่มากพอจะทำให้เกิดการโก่ง งอ หดได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นไม้โดยตรง
  2. ถ้าเปรียบเทียบระหว่างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กับวัสดุทดแทนอื่นๆ ไม้เอ็นจิเนียร์จะมีความสามารถในการทนทานต่อรอยขีดข่วนได้น้อยกว่ามาก จึงทำให้ต้องสนใจเรื่องการบำรุงรักษามากกว่า
  3. เมื่อเปรียบเทียบราคาระหว่างไม้เอ็นจิเนียร์และไม้สังเคราะห์ชนิดอื่นๆก็ยังถือว่าราคาจะสูงกว่า เนื่องจากยังมีไม้ธรรมชาติเป็นส่วนประกอบอยู่

ระยะเวลาในการติดตั้ง 

เนื่องจากรูปแบบการติดตั้งไม้เอ็นจิเนียร์มีหลากหลายขั้นตอน แต่ด้วยไม้เอ็นจิเนียร์ส่วนมากถูกทำให้สำเร็จมาแล้วตั้งแต่ที่โรงงานทำให้ระยะเวลาในการติดตั้งจะสั้นกว่าการติดตั้งไม้พื้นไม้จริง ซึ่งการติดตั้งไม้เอ็นจิเนียร์ทั้งหมดอาจจะใช้เวลาเพียง 1 อาทิตย์


อายุการใช้งาน 

จริงๆแล้วอายุการใช้งานนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา หากเจ้าของบ้านดูแลดี, ลักษณะของตัวบ้านไม่ชื้น และไม่มีส่วนรั่วซึมบริเวณฐานงานพื้นไม้ อายุการใช้งานก็จะนาน แต่ทั้งนี้หากประเมินอายุการใช้งานคร่าวๆก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี


ลักษณะการใช้งาน 

เนื่องจากวัสดุทางด้านโครงสร้างที่ซับซ้อนของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เลยทำให้ขอบเขตการใช้งานค่อนข้างจำกัด จึงเหมาะกับการมาใช้ปูพื้นในร่มเท่านั้น


การดูแลรักษาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

  1. ทำความสะอาดโดยการดูดฝุ่น/กวาดฝุ่นผงออกจากพื้นไม้ออกก่อน 
  2. หลังจากนั้นทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ด โดยผ้าให้เปียกหมาดๆพอ และการทำความสะอาด
  3. พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดเนื่องจาก น้ำยาทำความสะอาดอาจจะกัดพื้นผิวที่เคลือบมาได้ และเกิดการสึกหรอ ได้เร็วยิ่งขึ้น

--------------------------------------------------------------------


พื้นไม้จริง (Solid wood Flooring)


จะเป็นไม้จริงแบบเต็มแผ่นและหากนำมาปูพื้นบ้านความหนาแบบมาตราฐานจะอยู่ที่ 18-22 มิลลิเมตร โดยไม้ปูพื้นทุกผ่านจะผ่านกระบวนการ อบ,ไส,รางลิ้น (และการเคลือบน้ำยาป้องกันปลวก สำหรับไม้พื้นบางชนิด)เพื่อทำให้แห้ง ซึ่งหากเรานำไม้ที่มีความชื้นมาปูพื้นจะเกิดความเสียหายในเรื่องของการหดตัวและเกิดช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ได้


ข้อดีของพื้นไม้จริง

1.       ให้สัมผัสถึงธรรมชาติที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ผิวสัมผัสแต่รวมถึงกลิ่นของไม้จริงอีกด้วย

2.       สารเคมีน้อยกว่า เพราะไม้จริงไม่มีความจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการต่างๆมากมายเมื่อเปรียบเทียบกับ ไม้เอ็นจิเนียร์

3.       ความทนทานและอายุการใช้งาน เนื่องจากป็นไม้เต็มแผ่นหากเกิดการสึกหรอเราสามารถนำมาขัดและทำสี ไม้ที่ดูเก่าก็จะกลับมาเหมือนใหม่ได้อีกครั้ง

4.       ลักษณะลายเฉพาะ เพราะไม้ตามธรรมชาติล้วนแล้วมีลวดลายที่แตกต่างกัน 


ข้อเสียของพื้นไม้จริง

1.       เพราะเป็นไม้จริงทั้งทำให้มีราคาสูงกว่าวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆ

2.       ไม่มีสารเคลือบกันรอย หากเกิดการทำวัสดุของแข็งหรือน้ำหนักมากตกกระทบอาจจะทำให้เกิดรอยหรือยุบบุบได้

3.       ขึ้นชื่อว่าไม้ยังไงก็ไม่ถูกกับน้ำ

4.       เนื่องจากความชื้นมีความเป็นไปได้ที่ไม้จะหดตัวและเกิดร่อง หรือช่องว่างระหว่างแผ่นพื้นไม้


ระยะเวลาในการติดตั้ง 

พื้นไม้จริงมีความจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนอบซึ่งในกระบวนการนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน (30-45 วัน) และการติดตั้งที่หน้างานมีความจำเป็นจะต้องใช้มืออาชีพและความประณีตในการติดตั้งทำให้อาจจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 วันเลยทีเดียว (ในกรณีที่พื้นที่กว้าง)


ราคาพื้นไม้จริง

2,xxx บาทขึ้นไป โดยราคาจะถูกกำหนดจากชนิดของไม้และขนาดความกว้างของแผ่นไม้พื้นแต่ละแผ่น (ยิ่งยาว/กว้างมาก ก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้นนั่นเอง)


อายุการใช้งาน 

มากกว่า10 ปี – 20 ปี หากดูแลรักษาดีๆไม้พื้นไม้จริงสามารถใช้งานได้นานๆมากๆ เนื่องจากหากเกิดรอยขีดข่วนหรือพื้นผิวไม้ดูโทรม เพียงแค่ท่านเรียกช่างมา renovate หรือขัดพื้น พื้นไม้ของท่านก็จะดูใหม่ได้อีกครั้ง

 

การดูแลรักษาพื้นไม้จริง

ส่วนนึงที่พื้นไม้จริงได้เปรียบ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือ หากไม้เกิดรอยหรือเก่าแล้วเราสามารถนำมาไส, ขัด ก็จะเหมือนได้ไม้ใหม่เลยทีเดียว ส่วนการการดูแลรักษาอื่นๆพื้นไม้จริงแทบไม่แตกต่างจากไม้เอ็นจิเนียร์ซักเท่าไหร่ 

เนื่องจากเป็นไม้จริงเหมือนกันเพียงแต่ว่าอายุการใช้งานของพื้นไม้จริงจะยืนยาวมากกว่า


ลักษณะการใช้งาน

สามารถใช้งานได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

 

ปัญหาที่พบบ่อยหลังจากการใช้งาน 


ปัญหาที่พบจากการใช้งานพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

 หากเกิดความชื้นที่ด้านล่างของแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ จะทำให้เวลาลงน้ำหนักหรือเดินผ่านบริเวณนั้นๆจะเกิดเสียง อ๊อดแอด ตลอดเวลาซึ่งวิธีแก้ไขส่วนมากก็จะเป็นการเปลี่ยนแผ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของบ้านเลยทีเดียว


ปัญหาที่พบจากการใช้งานพื้นไม้จริง

แม้ว่าจะผ่านการอบแห้งมาดีขนาดไหนก็มีความเป็นไปได้ที่พื้นไม้จริงจะขยายและหดตัว ซึ่งจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างแผ่นพื้นไม้ โดยวิธีการซ่อมแซมส่วนมากช่างไม้จะนำกาวผสมขี้เลื่อยมาอัดและปิดบริเวณช่องว่างตรงนี้



แม้ว่าพื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีราคาที่ถูกกว่าพื้นไม้จริงแต่หากเปรียบเทียบในเรื่องของอายุการใช้งาน และการดูแลรักษา พื้นไม้จริงค่อนข้างได้เปรียบเพราะหากพื้นไม้จริงเป็นรอยเราสามารถนำมาขัดแล้วกลับมาเหมือนใหม่ได้เลย ในขณะที่พื้นไม้เอ็นจิเนียร์หากเกิดปัญหาเรื่องเสียงดังจากการลงน้ำหนัก หรือ รอยจากการใช้งาน มีเพียงวิธีเดียว คือการเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ให้กับทางเจ้าของบ้าน

ทางเราจำหน่ายไม้พื้น ไม้สัก ซึ่งเป็นไม้จริง 100 % โดยมีขนาดมาตราฐานอยู่ที่ 4” , 6” , 8” (ถ้าลูกค้าต้องการขนาดอื่นๆสามารถแจ้งสั่งผลิตได้เลยครับ) ทางเรามีบริการทีมช่างปูมืออาชีพพร้อมให้บริการทั่วประเทศ ด้วยมาตราฐานของทางบริษัทเราคัดเฉพาะ พื้นไม้เกรด AAA หากสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก www.moda-modern.com/flooring

โทร 086-469-4797 หรือ

Line : @moda-modern

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



 #ไม้ พื้น #พื้น ไม้ #พื้นบ้าน ลายไม้ #ปู พื้น ไม้ #ไม่ ปู พื้น #ราคา พื้น ไม้จริง ถูก #พื้น ไม้ จริง #ราคา ไม้ พื้น #ไม้ #ไม้ สัก

Back to News